
ธุรกิจออนไลน์ช่วงเริ่มต้น หลายคนใช้บ้านเป็นที่เก็บของ แพ็คเอง ส่งเอง ทำได้และประหยัด แต่พอยอดขายเริ่มโต สิ่งที่ตามมาคือปัญหาสะสม สต็อกไม่ตรง หาของไม่เจอ แพ็คไม่ทันช่วงโปรโมชัน หรือพื้นที่ทำงานไม่เป็นระบบ จนสุดท้ายกระทบทั้งต้นทุนและความพึงพอใจของลูกค้า
การมีโกดังเก็บสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่ได้หมายถึงต้องซื้ออาคารใหญ่เสมอไป อาจเริ่มจากเช่าพื้นที่ที่จัดระบบได้ หรือมีคลังเล็กที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานจริง จุดสำคัญคือ “ทำให้หลังบ้านนิ่ง” เพื่อให้หน้าบ้านขายได้เต็มที่
- จัดการสต็อกได้แม่นขึ้น ลดของหายและหยิบผิด
เมื่อมีพื้นที่เก็บของที่เป็นสัดส่วน คุณสามารถแยกโซนสินค้า แยกล็อต แยกไซส์ แยกของใหม่ของเก่าได้ชัดเจน การตรวจนับสต็อกทำได้เร็วขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนระหว่างยอดขายกับของจริง และลดปัญหาแพ็คผิดรุ่นผิดสี ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่ค่อยเห็น แต่เจ็บทุกครั้งที่เกิดขึ้น - แพ็คของและส่งของได้ไวขึ้น ทำงานเป็นไลน์ ลดคอขวด
โกดังที่จัดไว้เพื่อการแพ็คของ จะวางโต๊ะแพ็ค จุดชั่งน้ำหนัก จุดเก็บกล่อง เทป วัสดุกันกระแทก และตำแหน่งพิมพ์ใบปะหน้าให้เดินน้อยที่สุด พอทำงานเป็นลำดับขั้น เวลาในการแพ็คต่อออเดอร์จะลดลงทันที โดยเฉพาะช่วงแคมเปญหรือช่วงที่ออเดอร์เข้าหนัก ๆ คุณจะส่งทันรอบขนส่งมากขึ้น และลดการแก้งานช่วงดึกที่ทำให้ทีมล้าและผิดพลาดง่าย - รองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุดเพราะ “พื้นที่ไม่พอ”
หลายร้านขายดีจากการยิงแอดหรือทำคอนเทนต์ แต่สะดุดเพราะหลังบ้านรับไม่ไหว พื้นที่เก็บไม่พอ ของวางกองปนกัน ทีมทำงานชนกันในพื้นที่แคบ พอมีโกดังที่มีพื้นที่เผื่อสำหรับรับของเข้า จัดเก็บ และแพ็คส่ง จะทำให้คุณเพิ่มยอดได้โดยไม่ต้องหยุดแก้ปัญหาเดิมซ้ำ ๆ ทุกเดือน - ลดต้นทุนแฝงและความเสียหายระยะยาว คุมกำไรได้ง่ายขึ้น
ต้นทุนที่มักมองไม่เห็นคือ ของเสียหายจากการเก็บไม่เหมาะสม ของหมดโดยไม่รู้ตัว ทำให้เสียโอกาสขาย ค่าส่งซ้ำจากการแพ็คผิด หรือค่าแรงล่วงเวลาเพราะจัดระบบไม่ดี เมื่อมีโกดังและระบบจัดเก็บที่ถูกต้อง ความผิดพลาดจะลดลง ต้นทุนต่อออเดอร์จะนิ่งขึ้น และคุณจะเห็นกำไรจริงของธุรกิจชัดขึ้น ทำให้วางแผนขยายได้มั่นใจ - เสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์
การมีโกดังหรือพื้นที่ทำงานชัดเจน ทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทั้งเวลาคุยกับซัพพลายเออร์ รับของล็อตใหญ่ หรือเจรจาดีลกับพาร์ตเนอร์ รวมถึงช่วยต่อยอดคอนเทนต์หลังบ้าน เช่น ภาพการแพ็คของ การจัดคลัง การรับสินค้า ที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าแบรนด์มีระบบ ส่งไว และไว้ใจได้
ใครเหมาะกับการมีโกดังมากที่สุด
ธุรกิจออนไลน์ที่เริ่มมีออเดอร์สม่ำเสมอและแพ็คทุกวัน ร้านที่มีสินค้าเยอะหลายแบบจนสต็อกเริ่มคลาดเคลื่อน ธุรกิจที่ต้องรับของเข้าเป็นล็อต หรือมีรอบส่งแน่น รวมถึงแบรนด์ที่อยากยกระดับให้ทีมทำงานเป็นระบบและรองรับการจ้างคนเพิ่ม
เริ่มต้นอย่างไรถ้ายังไม่พร้อมซื้อโกดัง
เริ่มจากเช่าพื้นที่ที่ตอบโจทย์งานจริงก่อน เลือกทำเลที่รถเข้าออกสะดวก มีไฟฟ้าเพียงพอ พื้นรับน้ำหนักได้เหมาะกับชั้นวาง มีโซนแพ็คของและพื้นที่ทำงานที่ไม่รบกวนกัน แล้วค่อยขยายตามยอดขาย วิธีนี้ลดความเสี่ยงและคุมต้นทุนได้ดี โดยยังได้ประโยชน์จากระบบโกดังตั้งแต่วันแรก
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ระบบหมุนเวียนสินค้า คืออะไร? มีอะไรบ้าง “FIFO กับ LIFO” แบบไหนเหมาะที่สุด
- “เซ้งสิทธิ์โกดังสินค้าให้เช่า” โมเดลธุรกิจที่ทำใครก็เป็นเจ้าของโกดังสินค้าได้
- ระบบ IoT คืออะไร ทำไมคลังสินค้ายุคใหม่ถึงเลือกใช้
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8



