โกดังสีเขียว ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โกดังสีเขียว ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“โกดังสีเขียว” หลายคนอาจพอได้ยินชื่อมาบ้าง ซึ่งโกดังสีเขียวนี้ไม่ใช่โกดังที่ถูกทาด้วยสีเขียว แต่หมายถึงคลังสินค้าที่ออกแบบและดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหมายรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน การจัดการของเสียอย่างเหมาะสม และการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

หลักการสำคัญของโกดังสีเขียว

การสร้างโกดังสีเขียวต้องอาศัยการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักการสำคัญ 3 อย่าง ดังนี้

1. ลดการใช้พลังงาน ซึ่งการลดการใช้พลังงานนี้ สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

  • การออกแบบอาคารที่เหมาะสม โดยอาศัยแสงธรรมชาติให้มากที่สุด ในการออกแบบอาคารจึงต้องคำนึงถึงการออกแบบช่องแสงและหน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าส่องสว่างในเวลากลางวัน
  • เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน โดยเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบ HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning) แบบประหยัดพลังงาน และเครื่องจักรในโกดังที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านการประหยัดพลังงาน เหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวได้
  • ติดตั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียน การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโกดังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย

2. ลดการใช้น้ำและจัดการของเสีย โดยการ

  • จัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งระบบกักเก็บน้ำฝนเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำสะอาด เช่น การรดน้ำต้นไม้หรือล้างพื้น จะช่วยลดการใช้น้ำประปาได้อย่างมาก นอกจากนี้ การใช้สุขภัณฑ์และก๊อกน้ำแบบประหยัดน้ำก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้
  • จัดการของเสียอย่างยั่งยืน วางแผนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดแยกประเภทขยะที่ต้นทาง การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสียบางประเภทได้
  • ลดของเสียจากบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ หรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จะช่วยลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ในห่วงโซ่อุปทาน

3. เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น

  • ใช้วัสดุรีไซเคิล เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เช่น เหล็ก, คอนกรีตผสมเถ้าลอย หรือวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  • เลือกใช้วัสดุที่ผลิตในท้องถิ่น เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น จะช่วยลดต้นทุนและมลภาวะจากการขนส่ง
  • เลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นพิษ หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เช่น สี, กาว หรือสารเคลือบผิว จะช่วยรักษาสุขภาพของพนักงานและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ประโยชน์ของโกดังสีเขียว

โกดังสีเขียวมีประโยชน์หลากหลายด้าน เช่น

  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน การประหยัดพลังงานจากการใช้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ช่วยลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำได้ นอกจากนี้การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะได้ด้วยเช่นกัน
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ปัจจุบันผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การมีโกดังสีเขียวจึงช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และดึงดูดลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การออกแบบโกดังที่เหมาะสมและการใช้แสงธรรมชาติมากขึ้น ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและปลอดภัยสำหรับพนักงาน นอกจากนี้ระบบระบายอากาศที่ดีขึ้นยังช่วยลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสารเคมีหรือฝุ่นละออง
  • สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมักจะได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต
  • มูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น อาคารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) หรือ TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) มักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และดึงดูดผู้เช่าหรือผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

โกดังสีเขียวไม่ใช่แค่กระแสที่กำลังมาแรงในตอนนี้ แต่มันคืออนาคตของโลกธุรกิจ ที่จะช่วยให้การจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นโกดังสีเขียวจึงมีความคุ้มค่ามากที่จะลงทุน เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจในโกดังของคุณเติบโตไปข้างหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนอยู่คู่กับโลกไปนานๆด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8



Scroll to Top