ในการเช่าหรือสร้างโกดังเก็บสินค้า หลายคนมักให้ความสำคัญกับขนาดของพื้นที่และทำเล จนมองข้ามพื้นที่จอดรถและพื้นที่โหลดสินค้า หากพื้นที่หน้าโกดังแคบจนรถบรรทุกเข้าไม่ได้ หรือมีที่จอดรถจำกัดเกินไป แน่นอนว่าจะต้องเกิดปัญหาตามมา ดังนั้นผู้ประกอบการควรจะให้ความสำคัญกับพื้นที่จอดรถและพื้นที่โหลดสินค้าด้วย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ทำไมปัญหาเรื่องพื้นที่ภายนอก ถึงกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้การทำงานจริงยากกว่าที่คิด พร้อมแนวทางการเลือกโกดังที่ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างแท้จริง

ความสำคัญของพื้นที่จอดรถและโหลดสินค้า
1. ทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย การมีพื้นที่ภายนอกกว้างเพียงพอในการเข้าออก ถ่ายเทสินค้า จะทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่หากพื้นที่มีจำกัดหรือแคบเกินไป อาจทำให้ขนส่งเป็นไปอย่างล่าช้า และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
2. สามารถจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่โหลดสินค้าที่กว้างและเป็นระบบ จะช่วยให้การยกสินค้าเข้าออกเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสียหายต่อสินค้า และสามารถจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ลดต้นทุนแรงงานและเวลา หากพื้นที่ไม่เพียงพอ พนักงานต้องใช้เวลาและแรงงานมากขึ้นในการจัดการสินค้า ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อคู่ค้า โกดังที่มีพื้นที่จอดรถและโหลดสินค้าพร้อมใช้งาน สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อโกดังไม่มีพื้นที่เพียงพอ
หากคุณมีสินค้าที่ต้องเข้าและออกพร้อมกัน แต่หน้าโกดังรองรับรถได้เพียงคันเดียว สิ่งที่จะเกิดขึ้น ได้แก่
1. รถบรรทุกเข้าออกลำบาก ด้วยความที่มีพื้นที่จำกัด จึงทำให้รถต้องรอต่อคิวกันในการนำสินค้าเข้าออก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
2. การโหลดสินค้าล่าช้า เมื่อพื้นที่มีจำกัด ส่งผลให้การโหลดสินค้าเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะต้องยกสินค้าเข้าออกหลายรอบ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สินค้าเสียหายจากการจัดการที่ไม่เป็นระบบด้วย
3. ต้นทุนเพิ่ม ทั้งค่าแรงงานที่ต้องเพิ่มขึ้นจากการทำงานล่าช้า และค่าเช่ารถบรรทุกหรือค่าขนส่งสูงขึ้นเพราะต้องใช้เวลามากกว่าเดิม
4. ลูกค้าไม่พอใจ การส่งสินค้าล่าช้าส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากนี้ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจและคู่ค้ารายสำคัญด้วย

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเลือกโกดัง
1. ขนาดพื้นที่จอดรถ มีพื้นที่จอดรถเพียงพอในการจอดรถหลายคันพร้อมกัน และสามารถจอดรถบรรทุกขนาดใหญ่ได้
2. พื้นที่โหลดสินค้า มี Loading Bay หรือพื้นที่สำหรับยกสินค้าเข้าออก และมีพื้นที่กว้างเพียงพอสำหรับรถยกและอุปกรณ์จัดการสินค้า
3. การออกแบบทางเข้าออก ถนนภายในโกดังต้องกว้างและแข็งแรง ไม่มีสิ่งกีดขวางที่ทำให้รถเข้าออกลำบาก
4. ระบบจัดการภายใน มีพื้นที่สำหรับจัดเรียงสินค้าอย่างเป็นระบบ และมีทางเดินสำหรับพนักงานและรถยกที่ปลอดภัย
แนวทางการเลือกโกดังที่ตอบโจทย์ธุรกิจ
1. จำนวนรถที่เข้าพร้อมกันได้จริง ประเมินจำนวนรถบรรทุกหรือรถขนส่งที่อาจเข้าพร้อมกันในช่วงพีค เช่น ช่วงเช้า ช่วงบ่าย หรือวันส่งของหลัก แล้วดูว่าโกดังรองรับได้กี่คันโดยไม่ต้องจอดซ้อนหรือรอคิวบนถนน
2. พื้นที่จอดรถรอโหลดสินค้า ตรวจสอบว่ามีพื้นที่สำหรับรถที่ยังไม่ถึงคิวโหลดสินค้าหรือไม่ รถสามารถจอดรอได้อย่างเป็นระเบียบโดยไม่ขวางทางเข้าออก และไม่รบกวนการทำงานภายในคลัง
3. ความกว้างทางเข้าออกโกดัง ทางเข้าออกต้องกว้างพอสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ รวมถึงการเลี้ยวเข้าออกโดยไม่ต้องถอยหลายครั้ง หากรถต้องเสียเวลาจัดตำแหน่ง แสดงว่าพื้นที่ยังไม่เหมาะกับการใช้งานจริง
4. พื้นที่กลับรถและมุมเลี้ยว ตรวจสอบว่ารถสามารถกลับรถได้ภายในพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะรถพ่วงหรือรถเทรลเลอร์ หากต้องถอยยาวหรือออกไปกลับรถนอกพื้นที่ จะเพิ่มความเสี่ยงและเสียเวลาในระยะยาว
5. ผลกระทบต่อพื้นที่รอบข้าง ดูว่าการจอดรถหรือรอโหลดสินค้าจะกระทบเพื่อนบ้าน ถนนสาธารณะ หรือโครงการข้างเคียงหรือไม่ ปัญหาเรื่องร้องเรียนหรือข้อกฎหมาย อาจกลายเป็นอุปสรรคในอนาคต
6. ศักยภาพการขยายในอนาคต พิจารณาว่าสามารถเพิ่มจุดโหลด เพิ่มพื้นที่จอดรถ หรือขยายอาคารได้หรือไม่ หากธุรกิจเติบโต โกดังควรเติบโตไปพร้อมกัน ไม่ใช่กลายเป็นข้อจำกัด
โกดังที่ไม่มีพื้นที่จอดรถหรือโหลดสินค้าเพียงพออาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่เมื่อทำงานจริงจะพบว่าลำบากกว่าที่คิด ทั้งการขนส่งล่าช้า การจัดการสินค้าไม่เป็นระบบ ต้นทุนสูงขึ้น และความพึงพอใจของลูกค้าลดลง การเลือกโกดังที่มีพื้นที่เพียงพอจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ก่อนเช่าหรือซื้อโกดังสำเร็จรูป นอกจากตัวโกดัง ต้องเช็ก 6 ข้อนี้
- เลือกขนส่งแบบไหนดี ให้เหมาะกับธุรกิจและโรงงานของคุณ
- เทคโนโลยีการขนส่งสมัยใหม่ล่าสุด ที่จะมาเปลี่ยนแปลงตลาด “โกดัง”
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




