การสร้างโรงงานหรือโกดังในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงว่า “อาคารต้องแข็งแรง” แต่ยังต้องคำนึงถึง ความเร็วในการก่อสร้าง พื้นที่ใช้งานจริง ความยืดหยุ่นในการขยายอาคาร และต้นทุนตลอดอายุการใช้งานหนึ่งในระบบโครงสร้างที่ถูกนำมาใช้กับโรงงานและคลังสินค้าสมัยใหม่มากขึ้นคือ Pre-Engineered Building หรือ PEB จุดเด่นของ PEB คือการนำกระบวนการ ออกแบบทางวิศวกรรม การผลิตชิ้นส่วนในโรงงาน และการประกอบหน้างาน มาวางแผนเป็นระบบเดียวกัน ทำให้สามารถลดจำนวนชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็น ลดน้ำหนักโครงสร้าง และสร้างช่วงเสาที่กว้างขึ้นได้เมื่อออกแบบอย่างเหมาะสม สำหรับโรงงานที่ต้องการพื้นที่เปิดโล่ง รองรับ Production Line, Rack, Forklift หรือระบบ Automation โครงสร้างประเภทนี้จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
Pre-Engineered Building คืออะไร
Pre-Engineered Building (PEB) คือระบบอาคารโครงสร้างเหล็กที่ชิ้นส่วนหลักได้รับการออกแบบและคำนวณล่วงหน้าให้เหมาะกับแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละตำแหน่ง จากนั้นผลิตชิ้นส่วนจากโรงงาน ก่อนนำมาประกอบติดตั้งที่ไซต์งาน
องค์ประกอบหลักมักประกอบด้วย
- เสาเหล็ก
- จันทันหรือ Rafter
- โครง Main Frame
- Purlin
- Girt
- Bracing
- หลังคาและผนัง Metal Sheet
- Connection Plate
- Bolt และอุปกรณ์ยึดต่าง ๆ
สิ่งที่ทำให้ PEB แตกต่างจากการสร้างโครงเหล็กทั่วไป คือ ไม่ได้ใช้หน้าตัดเหล็กขนาดเท่ากันตลอดชิ้นโดยไม่จำเป็น แต่สามารถออกแบบหน้าตัดให้สัมพันธ์กับแรงในตำแหน่งต่าง ๆ ได้ เช่น สมาชิกแบบ Tapered Section
Metal Building Manufacturers Association ระบุว่าการใช้สมาชิกเหล็กเชื่อมแบบหน้าตัดแปรผันเกิดขึ้นจากความต้องการใช้เหล็กอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับโครงสร้างช่วงกว้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Metal Building Systems.
PEB ต่างจากโครงสร้างเหล็ก Conventional อย่างไร
ทั้งสองระบบใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลัก แต่แนวทางในการออกแบบและผลิตต่างกัน คำว่า PEB จึงไม่ได้หมายความว่าเป็น “เหล็กชนิดใหม่” แต่เป็น แนวคิดในการออกแบบและผลิตอาคารเหล็กให้ทำงานเป็นระบบตั้งแต่ต้น
ทำไมโรงงานยุคใหม่นิยมใช้ PEB
1. สามารถสร้างพื้นที่ Clear Span ได้กว้าง
โรงงานจำนวนมากต้องการพื้นที่ภายในที่ไม่มีเสากลางมากเกินไป
เพราะเสากลางอาคารอาจกระทบกับ
- Production Line
- Rack
- Forklift
- AGV
- Robot
- Conveyor
- Crane
- การกลับรถภายในโกดัง
- การปรับ Layout ในอนาคต
โครงสร้างเหล็กสามารถออกแบบช่วงกว้างและลดจำนวนเสาภายในได้ และ AISC ระบุว่าช่วงโครงสร้างที่ยาวขึ้นช่วยให้ใช้เสาน้อยลงและเพิ่มพื้นที่เปิดโล่งภายในอาคาร.
สำหรับโรงงาน คำว่า “พื้นที่ 5,000 ตร.ม.” จึงยังบอกประโยชน์ใช้สอยไม่ครบ
โรงงาน 5,000 ตร.ม. ที่มีเสากลางจำนวนมากอาจจัด Production Line ได้ยากกว่าโรงงานพื้นที่เท่ากันที่มี Clear Span กว้าง
2. ก่อสร้างได้รวดเร็ว
ชิ้นส่วนจำนวนมากผลิตจากโรงงานตามแบบ ก่อนนำมาประกอบที่ไซต์ จึงช่วยลดงาน Fabrication บางประเภทที่หน้างาน และสามารถวางลำดับการติดตั้งได้เป็นระบบ AISC ระบุว่าการ Prefabrication และจำนวนส่วนประกอบโครงสร้างที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การก่อสร้างโครงสร้างเหล็กทำได้รวดเร็วขึ้น. สำหรับผู้ประกอบการ ความเร็วไม่ได้หมายถึงเพียงประหยัดค่าก่อสร้าง แต่ยังหมายถึง โรงงานเปิดผลิตได้เร็วขึ้น เช่น หากโรงงานเปิดได้เร็วขึ้น 2 เดือน ธุรกิจอาจเริ่มผลิตสินค้าและสร้างรายได้เร็วกว่าการรออาคารเสร็จ
3. น้ำหนักโครงสร้างมีโอกาสลดลง
ด้วยการ Optimize หน้าตัดตามแรง โครงสร้าง PEB สามารถลดการใช้เหล็กส่วนเกินในบางตำแหน่งได้ เมื่อ Superstructure เบาลง อาจส่งผลต่อ
- Reaction ที่ฐานเสา
- ขนาดฐานราก
- ปริมาณคอนกรีต
- ปริมาณเหล็กเสริม
แต่ ไม่ได้หมายความว่า PEB จะทำให้ฐานรากถูกลงทุกโครงการ เพราะขนาดฐานรากยังขึ้นอยู่กับ
- Soil Bearing Capacity
- เสาเข็ม
- Wind Load
- Column Reaction
- ขนาดอาคาร
- Crane Load
- Seismic Requirement
- ลักษณะดินจริง
ดังนั้นคำว่า “PEB ประหยัดฐานรากเสมอ” เป็นคำกล่าวที่กว้างเกินไป
4. ควบคุมคุณภาพการผลิตได้ง่ายขึ้น
การ Fabricate ชิ้นส่วนหลักในโรงงานช่วยให้สามารถควบคุม
- ขนาด
- รูเจาะ
- Plate
- Welding
- Surface Preparation
- Painting
- Member Identification
ได้ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ดีกว่าการผลิตทุกอย่างที่หน้างาน
AISC ใช้ระบบ Certification สำหรับ Fabricator และ Erector เพื่อยืนยันว่าผู้ผลิตและผู้ติดตั้งมีระบบ บุคลากร ขั้นตอน และการควบคุมคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด.ดังนั้นเจ้าของโรงงานควรดู มาตรฐานโรงงานผลิตและ QC ของผู้รับเหมา ไม่ใช่เลือกจากราคาต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว
5. ขยายโรงงานในอนาคตได้ง่ายขึ้น
โรงงานจำนวนมากไม่ได้หยุดอยู่ที่ขนาดวันเปิดกิจการ อีก 3–5 ปีอาจต้อง
- ต่อ Bay เพิ่ม
- เพิ่ม Production Line
- เพิ่มพื้นที่ Warehouse
- เพิ่ม Loading Area
- เพิ่มสำนักงาน
- เพิ่ม Canopy
ระบบเหล็กมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนและ Adaptive Reuse มากกว่าวัสดุบางประเภท และสามารถออกแบบเผื่อการขยายในอนาคตได้ตั้งแต่ต้น.
แต่ต้อง ออกแบบ Expansion ตั้งแต่ตอนแรก ไม่ควรสร้างเสร็จแล้วค่อยคิดว่าต่อเพิ่มตรงไหนก็ได้
PEB ติด Solar Rooftop ได้ไหม
ได้ แต่ควรออกแบบ Loading ของ Solar ตั้งแต่ต้น สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา ได้แก่
- น้ำหนักแผง
- Mounting System
- Cable Tray
- Maintenance Load
- Wind Uplift
- จุดยึด
- การกระจายน้ำหนัก
- ตำแหน่ง Walkway
หากเป็นอาคารเดิม ต้องให้วิศวกรตรวจ Existing Structure Capacity ก่อนติดตั้ง อย่าคิดว่าเพราะ Solar มีน้ำหนักต่อ ตร.ม. ไม่มาก จึงสามารถติดบนหลังคาโรงงานทุกแห่งได้ทันที
บทความที่เกี่ยวข้อง
- 7 ความแข็งแรงของโกดังสำเร็จรูป ที่ต้องเช็กก่อนเช่าซื้อ
- โครงสร้างโกดัง โรงงาน ที่รองรับต่อแผ่นดินไหว
- โครงสร้างเหล็กกล่อง คืออะไร ต้องใช้ขนาดเท่าไหร่ที่เหมาะกับการสร้างโกดัง
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




