ระบบไฟฉุกเฉินเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่โกดังและโรงงานไม่ควรมองข้ามครับ เพราะเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ เพลิงไหม้ หรือเหตุฉุกเฉิน ระบบไฟส่องสว่างตามปกติอาจหยุดทำงานทันที ทำให้พนักงานมองเห็นเส้นทางได้ไม่ชัด และเพิ่มความเสี่ยงระหว่างการอพยพ
โดยเฉพาะโกดังที่มีพื้นที่กว้าง ชั้นวางสินค้าสูง หรือมีทางเดินหลายเส้นทาง หากไม่มีแสงสว่างสำรองที่เพียงพอ การออกจากพื้นที่ในภาวะฉุกเฉินอาจทำได้ยากครับ ดังนั้น ระบบไฟฉุกเฉินจึงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อให้ “มีไฟตอนดับ” แต่ต้องออกแบบและติดตั้งให้สอดคล้องกับเส้นทางหนีไฟและรูปแบบการใช้งานจริงของอาคารด้วย
ทำไมโกดังควรมีระบบไฟฉุกเฉิน
เมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง ภายในโกดังอาจมืดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีแสงธรรมชาติ หากพนักงานกำลังทำงานกับรถโฟล์กลิฟต์ เครื่องจักร หรืออยู่ระหว่างชั้นวางสินค้า ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายครับ ไฟฉุกเฉินจึงช่วยให้พนักงานยังสามารถมองเห็นทางเดิน สิ่งกีดขวาง ประตู และเส้นทางอพยพได้ รวมถึงช่วยให้มองเห็นป้ายทางออกฉุกเฉินได้อย่างชัดเจนขึ้น
สำหรับโกดังขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่มีพนักงานหลายคน ระบบนี้ยิ่งมีความสำคัญ เพราะช่วยให้การอพยพเป็นระเบียบ และลดความสับสนเมื่อเกิดเหตุที่ทุกคนต้องออกจากอาคารอย่างรวดเร็วครับ
ควรติดตั้งไฟฉุกเฉินบริเวณไหนบ้าง
ตำแหน่งติดตั้งควรพิจารณาจากเส้นทางที่พนักงานต้องใช้จริงเมื่อเกิดเหตุ ไม่ควรเลือกตำแหน่งจากความสะดวกในการเดินสายไฟเพียงอย่างเดียวครับ
จุดสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ทางเดินและเส้นทางอพยพ
- ประตูทางออกและประตูหนีไฟ
- บันไดและจุดเปลี่ยนระดับของพื้น
- ทางแยกหรือจุดเปลี่ยนทิศทาง
- พื้นที่ใกล้อุปกรณ์ดับเพลิงและจุดแจ้งเหตุ
- พื้นที่ทำงานที่อาจเกิดอันตรายเมื่อไฟดับ
- จุดที่มีชั้นวางหรือสิ่งกีดขวางทำให้เกิดมุมอับ
หลังติดตั้งแล้วควรทดลองปิดไฟหลักและเดินตามเส้นทางหนีไฟจริงครับ เพื่อดูว่ามีบริเวณใดมืดเกินไปหรือมีชั้นวางสินค้าบดบังแสงหรือไม่
ระบบต้องทำงานได้เมื่อไฟหลักขัดข้อง
หัวใจของไฟฉุกเฉินคือ ต้องสามารถทำงานได้เมื่อแหล่งจ่ายไฟตามปกติหยุดทำงานครับ จึงต้องมีแหล่งพลังงานสำรอง เช่น แบตเตอรี่ภายในโคม หรือระบบไฟฟ้าสำรองที่ออกแบบไว้สำหรับงานฉุกเฉิน
เมื่อเลือกอุปกรณ์ ไม่ควรดูเพียงความสว่างของโคม แต่ควรพิจารณาระยะเวลาสำรองไฟ ความเหมาะสมกับพื้นที่ และความสามารถในการตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ด้วยหากเป็นโกดังขนาดใหญ่หรือมีระบบไฟฉุกเฉินหลายจุด ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญออกแบบระบบให้เหมาะกับประเภทและขนาดของอาคารครับ
ป้ายทางออกฉุกเฉินต้องมองเห็นชัด
ไฟฉุกเฉินควรทำงานร่วมกับป้ายทางออกฉุกเฉิน เพราะแม้ภายในโกดังจะมีแสงสว่าง แต่หากพนักงานไม่รู้ว่าทางออกอยู่ทิศทางใด การอพยพก็อาจล่าช้าได้ครับ ป้ายควรติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้จากเส้นทางเดิน และมีป้ายบอกทิศทางในจุดที่ต้องเลี้ยวหรือเลือกเส้นทาง ไม่ควรมีสินค้า ชั้นวาง หรือป้ายโฆษณามาบดบัง หากมีการปรับ Layout ย้ายชั้นวาง หรือเปลี่ยนเส้นทางภายในโกดัง ควรตรวจสอบตำแหน่งของทั้งไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกอีกครั้งครับ
เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาพโกดัง
โกดังแต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันครับ บางแห่งมีฝุ่นมาก บางแห่งมีความชื้นสูง หรือมีพื้นที่ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ อุปกรณ์ที่เลือกจึงควรเหมาะกับสภาพการใช้งานจริง ตัวโคมควรแข็งแรง ติดตั้งมั่นคง และสามารถเข้าถึงเพื่อทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาได้ ไม่ควรติดตั้งในตำแหน่งที่รถยกหรือสินค้ามีโอกาสกระแทกได้ง่าย สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น มีสารไวไฟ ฝุ่นที่ติดไฟได้ หรือสภาพแวดล้อมพิเศษ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินประเภทอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพิ่มเติมครับ

ติดตั้งแล้วต้องตรวจสอบเป็นประจำ
ระบบไฟฉุกเฉินที่ติดตั้งได้ถูกต้องในวันแรก อาจไม่พร้อมใช้งานตลอดไปครับ เพราะแบตเตอรี่สามารถเสื่อม โคมไฟชำรุด หรือมีการเปลี่ยนตำแหน่งชั้นวางจนบดบังแสงได้ การดูแลเบื้องต้นควรตรวจว่าไฟทำงานเมื่อระบบไฟหลักดับ แบตเตอรี่ยังสำรองไฟได้ โคมไม่มีฝุ่นหรือความเสียหาย และป้ายทางออกยังมองเห็นได้ชัด ควรมีตารางตรวจสอบและบันทึกผลอย่างสม่ำเสมอ หากพบอุปกรณ์ผิดปกติควรแก้ไขทันที ไม่ควรรอจนถึงรอบตรวจครั้งถัดไปครับ
ติดตั้งอย่างไรให้สอดคล้องกับมาตรฐาน
การติดตั้งไฟฉุกเฉินไม่ควรกำหนดจากจำนวนโคมแบบคร่าว ๆ เพียงอย่างเดียวครับ เพราะข้อกำหนดที่ใช้กับแต่ละอาคารอาจแตกต่างกันตามประเภท ขนาด พื้นที่ใช้งาน จำนวนผู้ใช้อาคาร และรูปแบบเส้นทางหนีไฟ
ในประเทศไทยมีทั้งข้อกำหนดตามกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานด้านระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและป้ายทางออกฉุกเฉินที่เกี่ยวข้อง การออกแบบจึงควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจากแบบและสภาพอาคารจริงก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะโกดังให้เช่า โรงงานให้เช่า หรืออาคารที่มีการต่อเติมและปรับพื้นที่ภายหลัง ควรตรวจสอบระบบใหม่ทุกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับ Layout ปัจจุบันครับ
ระบบไฟฉุกเฉินในโกดังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางและออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัยเมื่อระบบไฟฟ้าปกติขัดข้องครับ การติดตั้งที่ดีต้องพิจารณาทั้งตำแหน่งโคม เส้นทางหนีไฟ ป้ายทางออก ระบบสำรองพลังงาน และสภาพแวดล้อมภายในโกดัง รวมถึงต้องมีการทดสอบและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ระบบไฟฟ้าในโกดังควรตรวจสอบบ่อยแค่ไหน
- สาเหตุ ระบบไฟฟ้าโกดังมีปัญหา ต้องเช็กด่วน แก้ด่วน
- ระบบไฟตกในโรงงานเกิดจากอะไร และแก้ยังไงไม่ให้กระทบการผลิต
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




