เมื่อพูดถึง โกดังสีเขียว หรือ Green Warehouse หลายคนอาจนึกถึงอาคารที่มีต้นไม้เยอะ ใช้พลังงานสะอาด หรือสร้างขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วแนวคิดของโกดังสีเขียวยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคารให้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพครับ
สำหรับธุรกิจ จุดที่น่าสนใจคือการออกแบบเหล่านี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานโกดังได้ในระยะยาว ตั้งแต่ค่าไฟ ค่าแสงสว่าง ค่าเครื่องปรับอากาศหรือระบบระบายอากาศ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมและบำรุงรักษาอาคาร ดังนั้น แม้การลงทุนบางอย่างอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงแรก แต่หากเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน ก็สามารถช่วยลดต้นทุนตลอดอายุของอาคารได้ครับ
ใช้แสงธรรมชาติช่วยลดค่าไฟ
โกดังส่วนใหญ่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้งานเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน หากต้องเปิดไฟทุกจุดตลอดเวลา ค่าไฟฟ้าก็กลายเป็นต้นทุนประจำที่ธุรกิจต้องจ่ายทุกเดือนครับ การออกแบบหลังคาหรือผนังบางส่วนให้รับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดการเปิดไฟในช่วงกลางวันได้ โดยเฉพาะพื้นที่จัดเก็บสินค้า ทางเดิน และพื้นที่ที่ไม่ต้องการควบคุมแสงอย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนมาใช้หลอด LED ร่วมกับ Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว ก็ช่วยให้ไฟเปิดเฉพาะบริเวณที่มีการใช้งานจริง เช่น ทางเดินระหว่างชั้น Rack หรือพื้นที่จัดเก็บที่มีพนักงานเข้าออกไม่บ่อยครับ
ลดความร้อนตั้งแต่ตัวอาคาร
โกดังที่ร้อนมากทำให้พนักงานทำงานได้ยาก และหากมีสำนักงานหรือพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิอยู่ภายใน ระบบปรับอากาศก็ต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วยครับ แนวคิดโกดังสีเขียวจึงให้ความสำคัญกับการลดความร้อนตั้งแต่ต้นทาง เช่น การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่เหมาะสม ติดตั้งฉนวนกันความร้อน ออกแบบช่องระบายอากาศ และวางทิศทางอาคารให้เหมาะกับสภาพพื้นที่
เมื่อความร้อนเข้าสู่อาคารน้อยลง ความต้องการใช้พลังงานเพื่อระบายหรือปรับอุณหภูมิก็ลดลงด้วย ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าไฟ แต่ยังช่วยลดภาระการทำงานของอุปกรณ์ในระยะยาวครับ
ใช้ Solar Rooftop ให้เกิดประโยชน์จากพื้นที่หลังคา
หลังคาโกดังมักมีพื้นที่ขนาดใหญ่และไม่มีการใช้งานด้านอื่นมากนัก จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถนำมาพิจารณาติดตั้ง Solar Rooftop ได้ครับ ไฟฟ้าที่ผลิตได้สามารถนำมาใช้กับระบบแสงสว่าง สำนักงาน เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโครงการตามรูปแบบของระบบที่ติดตั้ง ช่วยลดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากระบบภายนอกในบางช่วงเวลา
อย่างไรก็ตาม Solar Rooftop ไม่ได้เหมาะกับทุกอาคารเหมือนกันครับ ก่อนลงทุนควรประเมินสภาพหลังคา ปริมาณการใช้ไฟ ช่วงเวลาที่ใช้พลังงาน งบประมาณ และระยะเวลาคืนทุน เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับการใช้งานจริง
ประหยัดน้ำและลดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน
ความเป็น Green Warehouse ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องไฟฟ้าครับ ระบบน้ำก็เป็นอีกส่วนที่สามารถออกแบบให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น การเลือกสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ การตรวจจับน้ำรั่ว การจัดการน้ำฝน หรือการนำน้ำกลับมาใช้ในงานที่เหมาะสมตามลักษณะของโครงการ
สำหรับโกดังหรือโรงงานที่มีพนักงานจำนวนมาก การลดการใช้น้ำในแต่ละจุดแม้เพียงเล็กน้อย เมื่อรวมตลอดทั้งปีก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ครับ และยังช่วยลดปริมาณน้ำเสียที่ต้องจัดการอีกทางหนึ่งด้วย
ลดค่าซ่อมจากการเลือกวัสดุและระบบที่เหมาะสม
บางครั้งต้นทุนที่สูงของโกดังไม่ได้เกิดจากค่าไฟ แต่เกิดจากการซ่อมอาคารบ่อย ๆ ครับ เช่น หลังคารั่ว รางระบายน้ำมีปัญหา ระบบไฟเสื่อมเร็ว หรือวัสดุไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
การออกแบบโกดังสีเขียวจึงควรมองเรื่องอายุการใช้งานของวัสดุควบคู่ไปกับการประหยัดพลังงาน ไม่ใช่เลือกเพียงวัสดุที่มีราคาถูกที่สุดในวันก่อสร้าง วัสดุที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย และสามารถเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้สะดวก อาจมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าเล็กน้อย แต่ช่วยลดการหยุดใช้งานและค่าซ่อมสะสมในอนาคตได้ครับ

โกดังสีเขียวต้องลงทุนแพงเสมอไหม
ไม่จำเป็นครับ ธุรกิจไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน หรือสร้างอาคารใหม่ทั้งหมดเพื่อให้โกดังประหยัดพลังงานมากขึ้น สามารถเริ่มจากจุดที่ลงทุนไม่สูงแต่เห็นผลได้ก่อน เช่น
- เปลี่ยนระบบแสงสว่างเป็น LED
- ใช้ Sensor เปิด-ปิดไฟตามการใช้งาน
- ตรวจและซ่อมจุดที่ความร้อนหรืออากาศรั่ว
- ปรับระบบระบายอากาศให้เหมาะสม
- ตรวจสอบการใช้น้ำและจุดรั่วซึม
- วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์เป็นประจำ
เมื่อมีข้อมูลการใช้ไฟ น้ำ และค่าใช้จ่ายจริงแล้ว จึงค่อยพิจารณาการลงทุนที่ใหญ่ขึ้น เช่น Solar Rooftop หรือการปรับปรุงระบบอาคารครับ
ควรมองความคุ้มค่าจากต้นทุนระยะยาว
เวลาประเมินว่าโกดังสีเขียวคุ้มหรือไม่ ไม่ควรดูเฉพาะค่าก่อสร้างหรือค่าติดตั้งในวันแรกครับ แต่ควรมองค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเวลาที่ใช้อาคาร หากอาคารหนึ่งลงทุนเริ่มต้นต่ำกว่า แต่มีค่าไฟสูง ต้องซ่อมบ่อย และปรับปรุงระบบหลายครั้งในอนาคต ต้นทุนรวมอาจสูงกว่าอาคารที่ออกแบบให้ใช้พลังงานและดูแลรักษาได้ง่ายตั้งแต่แรก
ธุรกิจจึงควรเปรียบเทียบทั้งค่าลงทุน ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าบำรุงรักษา และอายุการใช้งานของอุปกรณ์ประกอบกันครับ โกดังสีเขียวสามารถช่วยลดต้นทุนธุรกิจได้จริง หากออกแบบและเลือกใช้ระบบให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แสงธรรมชาติ ระบบ LED ฉนวนกันความร้อน การระบายอากาศ Solar Rooftop หรือการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ไม่ได้อยู่แค่การลดค่าไฟในแต่ละเดือน แต่ยังรวมถึงการลดภาระของอุปกรณ์ ลดค่าซ่อมบำรุง และทำให้อาคารสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
สำหรับโกดังให้เช่า โรงงานให้เช่า หรือธุรกิจที่กำลังวางแผนสร้างพื้นที่ใหม่ การมองเรื่องพลังงานและความยั่งยืนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมต้นทุนในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้ไขครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ระบบ M&E ในโรงงานและโกดังมีอะไรบ้าง ที่เจ้าของต้องเข้าใจ
- ทำไมอาคารต้องมี Facility Management มืออาชีพ
- วิธีวางแผน Preventive Maintenance สำหรับโรงงานและโกดัง
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




