การเลือกโกดังเก็บสินค้าไม่ใช่แค่การมองหาพื้นที่จัดเก็บสินค้าเท่านั้น แต่คือการลงทุนที่ต้องคิดถึงอนาคตด้วย เพราะธุรกิจที่เติบโตย่อมต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บสินค้า การกระจายสินค้า หรือการรองรับระบบโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนขึ้น หากคุณเลือกโกดังที่ไม่มีพื้นที่รองรับการขยาย ธุรกิจอาจสะดุดกลางทางและเสียโอกาสในการเติบโตได้ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกว่าทำไมการคิดถึงแผนขยายธุรกิจจึงสำคัญ พร้อมเคล็ดลับการเลือกโกดังที่มีพื้นที่รองรับอนาคต เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทำไมต้องคิดถึงการขยายธุรกิจตั้งแต่เลือกโกดัง?
1. ธุรกิจเติบโตเร็วกว่าที่คิด หลายธุรกิจ โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซและค้าส่ง มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หากโกดังไม่สามารถรองรับการขยายได้ จะทำให้การจัดการสินค้าล่าช้า
2. ลดต้นทุนในระยะยาว การย้ายโกดังใหม่เมื่อธุรกิจโตขึ้นมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าขนย้ายสินค้า ค่าแรงงาน และค่าเสียโอกาสจากการหยุดดำเนินงาน
3. เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน โกดังที่มีพื้นที่รองรับอนาคตช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ เช่น เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ หรือสร้างพื้นที่สำหรับการผลิต
4. สร้างความมั่นใจให้คู่ค้าและลูกค้า การมีโกดังที่พร้อมรองรับการขยายสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความมั่นคงของธุรกิจ
ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเลือกโกดังที่ไม่มีพื้นที่รองรับอนาคต
1. ต้องย้ายโกดังใหม่ การเลือกโกดังที่ไม่มีพื้นที่รองรับอนาคต มักจบลงด้วยการย้ายสถานที่เมื่อธุรกิจขยาย ซึ่งไม่ใช่แค่ค่าเช่าที่สูงขึ้น แต่รวมถึงค่าเคลื่อนย้ายสินค้า ค่าออกแบบผังใหม่ การหยุดชะงักของการดำเนินงาน และความเสี่ยงต่อความผิดพลาด
2. ต้นทุนสูงขึ้น โกดังที่คับแคบทำให้การโหลดและขนถ่ายสินค้าไม่สะดวก รถเข้าออกลำบาก ต้องใช้แรงงานมากขึ้นหรือใช้เวลานานกว่าเดิม ต้นทุนต่อรอบการขนส่งจึงสูงขึ้น แม้ยอดขายจะเพิ่ม แต่กำไรกลับไม่เพิ่มตาม
3. การขยายระบบหรือเทคโนโลยีทำได้ยาก โกดังที่พื้นที่จำกัด มักไม่รองรับการติดตั้งชั้นวางสูง ระบบอัตโนมัติ หรือเครื่องจักรเพิ่มเติม ทำให้ธุรกิจไม่สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานได้เต็มที่ และเสียเปรียบคู่แข่งที่มีโครงสร้างพร้อมกว่า
4. เสียโอกาสทางธุรกิจ โกดังที่แออัดและจัดการพื้นที่ได้ไม่ดี ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้า โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับระบบจัดการและความพร้อมในการรองรับงานระยะยาว

สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเลือกโกดังเพื่อรองรับอนาคต
1. ขนาดพื้นที่และการขยาย ตรวจสอบว่ามีพื้นที่ว่างรอบโกดังสำหรับการขยายในอนาคต และพื้นที่ภายในสามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น ใช้ระบบจัดเก็บแนวตั้ง
2. ทำเลที่ตั้ง อยู่ในพื้นที่ที่สามารถขยายธุรกิจได้ เช่น เขตอุตสาหกรรมหรือใกล้เส้นทางหลัก และมีความสะดวกในการขนส่งและกระจายสินค้า
3. โครงสร้างโกดัง โครงสร้างแข็งแรงและสามารถรองรับการต่อเติม อีกทั้งมีระบบไฟฟ้าและประปาที่สามารถขยายได้
4. ระบบสาธารณูปโภค มีไฟฟ้า น้ำประปา และอินเทอร์เน็ตที่เพียงพอสำหรับการขยาย และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถเพิ่มได้ตามความต้องการ
5. ค่าเช่าและสัญญา สัญญาเช่าต้องมีความยืดหยุ่นในการขยายพื้นที่ อีกทั้งค่าเช่าไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพในการขยาย
6. ผู้ให้บริการ มีความน่าเชื่อถือและพร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ควรมีบริการเสริม เช่น ทีมงานซ่อมบำรุงหรือระบบจัดการคลังสินค้า
เคล็ดลับการเลือกโกดังที่รองรับอนาคต
1. เลือกขนาดพื้นที่ที่เผื่อการขยาย ไม่ใช่แค่พอใช้ อย่าประเมินพื้นที่จากปริมาณสินค้าปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ควรคำนึงถึงการเพิ่มสต๊อก การขยายไลน์สินค้า หรือการเพิ่มกำลังการผลิตในอีก 3–5 ปีข้างหน้า พื้นที่ที่เหลือจะช่วยให้จัดการสินค้าได้เป็นระบบมากขึ้น และไม่ต้องเร่งหาที่ใหม่เมื่อธุรกิจเติบโต
2. โครงสร้างต้องรองรับการต่อเติมในอนาคต โกดังที่ดีควรสามารถต่อเติมหรือขยายพื้นที่ได้โดยไม่กระทบการใช้งานหลัก เช่น มีพื้นที่รอบอาคารเพียงพอ หรือโครงสร้างออกแบบมาให้เพิ่มส่วนต่อขยายได้ง่าย ช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากหากต้องขยายกิจการในอนาคต
3. ผังภายในต้องปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ควรเลือกโกดังที่มีผังภายในยืดหยุ่น สามารถปรับโซนจัดเก็บ โซนแพ็กสินค้า หรือโซนผลิตได้ง่าย เมื่อรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนไป จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายปรับปรุงซ้ำซ้อน
4. ทำเลต้องรองรับการขยายตลาด ทำเลโกดังควรเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งหลักได้สะดวก ทั้งถนนสายหลัก ทางด่วน หรือเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญ เพื่อรองรับการขยายตลาดในอนาคต ลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้า
5. มองโกดังเป็นการลงทุน ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย ค่าเช่าหรือราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อย อาจคุ้มค่ากว่าการต้องย้ายโกดังหลายครั้งในอนาคต โกดังที่รองรับการเติบโตได้ดี จะช่วยลดต้นทุนแฝงและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
การเลือกโกดังเก็บสินค้าไม่ใช่แค่การมองหาพื้นที่ที่เพียงพอสำหรับปัจจุบัน แต่ต้องคิดถึงอนาคตด้วย เพราะธุรกิจที่เติบโตย่อมต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น หากคุณเลือกโกดังที่ไม่มีพื้นที่รองรับการขยาย ธุรกิจอาจสะดุดกลางทางและเสียโอกาสในการเติบโต
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ควรเช่าโกดังเก็บของขนาดไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
- รู้จักประเภทโกดัง เลือกให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
- รู้จัก 7S ทฤษฎีที่ช่วยให้ธุรกิจในโกดังของคุณเติบโต
PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ
ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY
ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8




