เสาเข็มโรงงาน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับสภาพดินแต่ละพื้นที่

การสร้างโรงงานหรือโกดังให้แข็งแรง ไม่ได้เริ่มจากการเลือกโครงสร้างเหล็กหรือพื้นคอนกรีตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ ฐานรากและเสาเข็ม เพราะน้ำหนักของอาคาร เครื่องจักร ชั้นวางสินค้า รถ Forklift รวมถึง Crane จะถูกถ่ายลงสู่พื้นดินผ่านระบบฐานราก

สิ่งที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจผิดคือ“โรงงานแถวนี้ส่วนใหญ่ใช้เสาเข็มยาวเท่านี้ เราก็น่าจะใช้เหมือนกัน”

แต่ในทางวิศวกรรม ไม่ควรเลือกเสาเข็มจากชื่อจังหวัดหรือโรงงานข้างเคียงเพียงอย่างเดียว เพราะชั้นดินสามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้อยู่ในพื้นที่ใกล้กัน และโรงงานแต่ละแห่งก็มีน้ำหนักบรรทุกต่างกัน

กรมโยธาธิการและผังเมืองระบุในระบบแบบมาตรฐานว่า ก่อนนำแบบไปใช้ก่อสร้างต้อง ตรวจสอบสภาพดินและเลือกแบบฐานรากให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง ซึ่งสะท้อนหลักสำคัญว่าฐานรากต้องออกแบบจากข้อมูลของหน้างาน ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกพื้นที่

ดังนั้นหลักคิดที่ควรจำคือ Soil Investigation + Structural Load + Site Constraint = ระบบเสาเข็มที่เหมาะสม

เสาเข็มโรงงานมีแบบไหน และควรเลือกอย่างไร

สำหรับโรงงานและโกดัง สามารถพบระบบฐานรากเสาเข็มหลัก ๆ ได้หลายแบบ แต่ที่ใช้กันทั่วไปสามารถแบ่งเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นได้ดังนี้

ประเภทจุดเด่นเหมาะกับ
เสาเข็มตอกทำงานเร็ว ชิ้นงานผลิตจากโรงงาน ต้นทุนแข่งขันได้เมื่อจำนวนมากพื้นที่เปิด ไม่มีข้อจำกัดด้านแรงสั่นสะเทือน
เสาเข็มเจาะแรงสั่นสะเทือนต่ำกว่า ทำขนาดใหญ่และรับ Load สูงได้พื้นที่ใกล้อาคารเดิม ชุมชน หรือโรงงานที่มี Load สูง
Micropileเครื่องจักรขนาดเล็ก ทำงานในพื้นที่จำกัดได้ต่อเติมโรงงาน เสริมฐานราก งานภายในอาคาร
ฐานรากตื้นไม่ต้องใช้เสาเข็มในบางกรณีพื้นที่ที่ชั้นดินแข็งและรับน้ำหนักได้เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ตารางนี้เป็นเพียง แนวทางคัดเลือกเบื้องต้น

ก่อนออกแบบจริงต้องดูอย่างน้อย

  1. ชั้นดินเป็นชนิดใด
  2. ชั้นดินแข็งอยู่ลึกเท่าไร
  3. น้ำหนักอาคารและเครื่องจักรเท่าไร
  4. ยอมให้ Settlement ได้มากน้อยแค่ไหน
  5. พื้นที่หน้างานมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องจักรหรือแรงสั่นสะเทือนหรือไม่

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยมีเนื้อหาการออกแบบโครงสร้างโรงงานที่รวมถึง Pile Cap, Capacity ของฐานรากและเสาเข็ม โดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่าระบบฐานรากต้องออกแบบสัมพันธ์กับโหลดของโรงงานจริง

ทำไมต้องเจาะสำรวจดินก่อนสร้างโรงงาน

ก่อนตัดสินว่าใช้เสาเข็มชนิดใด ควรมีข้อมูล Soil Investigation หรือ Soil Boring การเจาะสำรวจดินช่วยให้วิศวกรทราบว่าใต้พื้นที่ก่อสร้างมีชั้นดินอะไรบ้าง เช่น

  • ดินถม
  • ดินเหนียวอ่อน
  • ดินเหนียวแข็ง
  • ทราย
  • ทรายแน่น
  • ชั้นดินแข็ง
  • ระดับน้ำใต้ดิน

ข้อมูลเหล่านี้ใช้ประกอบการวิเคราะห์

  • Bearing Capacity
  • Settlement
  • Skin Friction
  • End Bearing
  • ความลึกของเสาเข็ม
  • ความเหมาะสมของฐานราก

กรมโยธาธิการและผังเมืองมีบริการข้อมูล หลุมเจาะสำรวจชั้นดิน เป็นหนึ่งในบริการสำหรับประชาชน ซึ่งสะท้อนความสำคัญของข้อมูลชั้นดินต่อการออกแบบงานก่อสร้าง

ดังนั้นสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ ไม่ควรใช้เพียงข้อมูลว่า “ข้าง ๆ ใช้เข็ม 21 เมตร”แล้วนำมาใช้กับแปลงของตัวเองโดยตรง

เสาเข็มตอก เหมาะกับโรงงานแบบไหน

ก่อสร้างได้รวดเร็วถ้าหน้างานเป็นพื้นที่เปิด สามารถนำเครื่องตอกและรถขนเสาเข็มเข้าทำงานได้สะดวก เหมาะกับโครงการที่มีจำนวนเสาเข็มมากคุณภาพตัวเสาเข็มควบคุมได้จากโรงงานเสาเข็มสำเร็จรูปสามารถควบคุม

ตัวอย่างเช่น

  • Prestressed Concrete Pile
  • Square Pile
  • I-Pile
  • Spun Pile

ได้ก่อนนำเข้าสู่ไซต์เหมาะกับโครงการโกดังขนาดใหญ่เมื่อมีจำนวนเข็มมาก การใช้ระบบสำเร็จรูปสามารถช่วยควบคุมต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้างได้ดี

ข้อดีของเสาเข็มตอก

  • ขนาด
  • Concrete Strength
  • Reinforcement
  • Prestressing
  • คุณภาพการผลิต

ได้ก่อนนำเข้าสู่ไซต์เหมาะกับโครงการโกดังขนาดใหญ่เมื่อมีจำนวนเข็มมาก การใช้ระบบสำเร็จรูปสามารถช่วยควบคุมต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้างได้ดี

เสาเข็มเจาะ เหมาะกับโรงงานแบบไหน

เสาเข็มเจาะ หรือ Bored Pile ใช้วิธีเจาะหลุมลงไปในดิน จากนั้นติดตั้ง Reinforcement Cage และเทคอนกรีต ข้อได้เปรียบสำคัญคือสามารถทำขนาดใหญ่และรองรับ Load สูงได้

เหมาะเมื่อมีอาคารข้างเคียง

เพราะไม่มีแรงกระแทกจากการตอก จึงสร้าง Vibration น้อยกว่า

เหมาะกับ

  • โรงงานในพื้นที่ชุมชน
  • ต่อเติมใกล้อาคารเดิม
  • พื้นที่ใกล้เครื่องจักรที่ไวต่อแรงสั่น
  • โรงงานที่ไม่สามารถหยุด Production ได้ง่าย

เหมาะกับ Load สูง

สามารถออกแบบ Diameter และ Depth ได้หลากหลาย จึงใช้ได้กับ

  • โรงงานขนาดใหญ่
  • อาคารหลายชั้น
  • Crane Load สูง
  • เครื่องจักรหนัก
  • เสาที่มี Column Reaction สูง

วสท. ให้ความสำคัญกับงานฐานรากและเสาเข็มอย่างเป็นระบบ รวมถึงกรณีศึกษาความเสียหายจากการทรุดตัวและการวิบัติของฐานราก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการควบคุมงานฐานรากมีผลต่อความปลอดภัยของอาคารในระยะยาว

Micropile เหมาะกับงานโรงงานแบบไหน

Micropile เป็นเสาเข็มขนาดเล็กหรือระบบเข็มที่สามารถติดตั้งด้วยเครื่องจักรขนาดเล็กกว่าการตอกเข็มทั่วไป เหมาะอย่างมากกับ โรงงานเดิมที่ต้องการต่อเติม

ตัวอย่างเช่น

  • เพิ่ม Mezzanine
  • เพิ่ม Office
  • ติดตั้ง Production Line ใหม่
  • เพิ่ม Machine Foundation
  • ต่อเติมอาคาร
  • เสริมฐานรากเดิม

ข้อดี

สามารถทำงานในพื้นที่

  • จำกัด
  • หลังคาต่ำ
  • ภายในอาคาร
  • ใกล้เครื่องจักรเดิม

ได้ง่ายกว่าเครื่องตอกขนาดใหญ่ แต่ Micropile ไม่ได้หมายความว่า ถูกที่สุดหรือดีที่สุดทุกงานถ้าสร้างโรงงานใหม่บนพื้นที่โล่งและต้องติดตั้งหลายร้อยต้น เสาเข็มตอกหรือระบบอื่นอาจมีความเหมาะสมกว่า

ดินอ่อนควรใช้เสาเข็มแบบไหน

ในพื้นที่ที่มีชั้นดินเหนียวอ่อนหนา เช่น พื้นที่ราบลุ่มบางส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลักการสำคัญคือต้องถ่ายน้ำหนักผ่านชั้นดินอ่อนลงไปยังชั้นที่มีกำลังรับน้ำหนักเหมาะสม สามารถใช้ได้หลายระบบ เช่น

  • Prestressed Pile
  • Spun Pile
  • Bored Pile

ขึ้นอยู่กับ Soil Profile + Structural Load + Settlement Criteria ดังนั้นไม่ควรเหมารวมว่า

“ดินอ่อนต้องใช้เสาเข็มเจาะ” เพราะเสาเข็มตอกก็สามารถใช้ได้ หากวิศวกรออกแบบให้เหมาะกับชั้นดิน

ดินแข็งสามารถไม่ใช้เสาเข็มได้ไหม

บางกรณีได้หากผลสำรวจดินพบว่าชั้นดินใกล้ผิวดินมีความสามารถรับน้ำหนักเพียงพอ และ Settlement อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ วิศวกรอาจเลือกใช้Shallow Foundation หรือฐานรากแผ่แทนเสาเข็มได้ กรมโยธาธิการและผังเมืองระบุชัดว่าแบบก่อสร้างต้องเลือกฐานรากตาม สภาพดินของพื้นที่จริง ไม่ใช่ใช้ระบบฐานรากเดียวกับทุกพื้นที่ ดังนั้นคำว่า “โรงงานต้องตอกเสาเข็มทุกแห่ง”จึงไม่ถูกต้องเสมอไป

เสาเข็มยิ่งใหญ่ ยิ่งปลอดภัยจริงหรือ

ไม่จริงเสมอไปหากใช้เสาเข็มใหญ่เกินความจำเป็น

  • ต้นทุนเพิ่ม
  • Pile Cap ใหญ่ขึ้น
  • Concrete เพิ่ม
  • Reinforcement เพิ่ม
  • Construction ซับซ้อนขึ้น

ในทางกลับกัน หากเข็มเล็กเกินไปก็อาจต้องใช้จำนวนมากจนเกิด

  • Pile Group Effect
  • Pile Cap ใหญ่
  • ระยะเข็มไม่เหมาะสม

ดังนั้นต้อง Optimize ทั้งระบบPile Size + Number of Piles + Pile Cap + Settlement ไม่ใช่ดูเฉพาะ Safe Load ต่อต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

PARK FACTORY ผู้ให้บริการขายโกดัง และให้เช่าโกดังโรงงานสำหรับ SME ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล

หากคุณกำลังมองหาโกดังคลังสินค้า ที่ Park Factory เราเป็นผู้ให้บริการโกดังโรงงานสำหรับ SME ด้วยโครงการสีเขียว สภาพแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของโกดังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร หรือ Landscape ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้เช่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด → เข้าชมโครงการ

ช่องทางการติดต่อ PARK FACTORY

ที่ตั้ง : 176 ซอยกาญจนาภิเษก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรติดต่อ : 092-379-7444, 081-751-4440
อีเมล์ : [email protected]
Google Map : https://maps.app.goo.gl/STYgHNRPHGAZZ6SX8

Scroll to Top